ประวัติตำนานความเป็นมาของ " เชฟโรเลต โคโลราโด " [COLORADO]

" เชฟโรเลต " จากประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 100 ปี ที่มีรถกระบะเชฟโรเลตถือกำเนิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของชาวอเมริกัน

ในปัจจุบันทั้งนี้เนื่องจากความแข็งแกร่งทนทานของเครื่องยนต์มีอายุการใช้งานยาวนาน มีประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมัน ปลอดภัยสูง อีกทั้งการพัฒนาการทางด้านดีไซน์

อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้รถกระบะเชฟโรเลตเป็นรถยอดนิยม

เชฟโรเลต โคโลราโด (Chevrolet Colorado) เป็นชื่อรุ่นของรถกระบะขนาดกลางของเชฟโรเลตในทวีปอเมริกาเหนือ "โคโลราโด"เป็นชื่อรุ่นของรถกระบะที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2547 เพื่อนำมาแทนที่รุ่นเดิม คือ เชฟโรเลต เอส-10 (S-10) รถรุ่นนี้ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับ จีเอ็มซี แคนยอน (GMC Canyon) ซึ่งทางเจเนอรัลมอเตอร์นำมาแทนที่ จีเอ็มซี โซโนมา (Sonoma) ในช่วงเวลาเดียวกัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 ก็มีรถกระบะ อีซูซุ ไอ-ซีรีส์ (Isuzu i-Series) ที่ได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกันนี้ด้วย

เชฟโรเลต โคโลราโด (Chevrolet Colorado) ได้มีวิวัฒนาการจนถึงปัจจุบันแบ่งเป็น 2 รุ่น (Generation) ดังนี้

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2547-2554)

โคโลราโด " Generation I " รุ่นนี้ที่อเมริกาผลิตที่โรงงานใน Shreveport รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา สำหรับโคโลราโด ในประเทศไทย ผลิตที่โรงงานของ เจเนอรัลมอเตอร์ (GM) ในจังหวัดระยองเมื่อ ปี พ.ศ. 2547 รถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาร่วมกันระหว่าง เจเนอรัลมอเตอร์ กับ อีซูซุ และใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับอีซูซุ ดีแมคซ์ (Isuzu D-Max) แต่ก็ใช้ชิ้นส่วนปลีกย่อยหลายส่วนที่แตกต่างกัน ช่วงเริ่มการผลิตใช้เครื่องยนต์ Di ต่อมาเปลี่ยนเป็น Ddi โคโลราโด ในไทยถือว่าเป็นคนละรุ่นกันกับรถโคโลราโด ในอเมริกา เนื่องจากใช้โครงสร้างหลักของตัวรถคนละแบบกัน (ตัวถังของโคโลราโดในไทยมีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกันระหว่างตัวถังแบบเดียวกัน (เช่น แบบกระบะตอนเดียวเหมือนกัน เป็นต้น)) อย่างไรก็ตามทั้งสองรุ่นมีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกันมาก

ต่อมาในประเทศไทยได้มีการเปิดตัวรุ่นที่มีระบบ G-80 differential lock เมื่อประมาณเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 และมีการปรับแต่งเสริมความดุดันเล็กน้อยเช่น ไฟหน้าเป็นแบบโคมขาว ฝากระโปรงมีจมูก เป็นต้น

และในช่วงปลายปี พ.ศ. 2550 ได้มีการปรับรูปลักษณ์ภายนอกบางส่วน (ไมเนอร์เชนจ์) เช่นการเปลี่ยนเอกลักษณ์จากไฟหน้า 2 ชันเป็นโคมไฟหน้า ที่เราๆเรียกกันว่า ตาหวาน และเปลี่ยนแปลงไฟท้ายเล็กน้อย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 มีการติดตั้งระบบก๊าซซีเอ็นจีี (NGV) เพื่อวางจำหน่ายในประเทศ ถือว่าช่วงเวลานั้นประเทศไทยราคาน้ำมั้นมีราคาเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และผู้ใช้รถเริ่มหาทางออกในการประหยัดเงินในกระเป๋า

 

 

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน)

โคโลราโด " Generation II " รุ่นนี้ เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2554 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ใหม่ทั้งคัน แต่ก็ยังคงมีการใช้โครงสร้างพื้นฐานบางชิ้นส่วนร่วมกับอีซูซุ ดีแมคซ์ (Isuzu All New D-Max) แต่รุ่นที่ 2 นี้ ทางโรงงานของ เจเนอรัลมอเตอร์ (GM) ในจังหวัดระยอง ได้ทำการผลิตเครื่องยนต์ใช้เองกับ โคโลราโดโดยเป็นเครื่องยนต์ดีเชลใช้ชื่อว่า ดูราแมกซ์ (Duramax) แบบ 2.5 และ 2.8 ลิตร โดยในประเทศบราซิลใช้ชื่อว่า เชฟโรเลต เอส-10 (S-10) ซึ่งเป็นชื่อของรถกระบะรุ่นเดิม และการออกแบบโคโลราโดรุ่นนี้ได้ถูกนำไปใช้ออกแบบเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ (Chevrolet Trailblazer) ด้วย

อ้างอิง

  1. คำกล่าวของ นายวิลเลียม บอทวิค ในงานแถลงข่าว การเปิดตัวเชฟโรเลต โคโลราโด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2547 ในเว็บไซต์เชฟโรเลตประเทศไทย
  2. เชฟโรเลต ปิกอัพไฮโซ Dual Brand Strategy บทความจากหนังสือพิมพ์บิสิเนสไทย
  3. จีเอ็มร่วมแชร์ตลาดกระบะ เปิด "โคโลราโด" มอเตอร์โชว หนังสือพิมพ์ยวดยาน ฉบับที่ 112 ประจำเดือน มกราคม 254

 

หมายเหตุ การรวบรวมขู้มูลครั้งนี้หากข้อมูลที่นำเสนอผิดพลาดไม่ถูกต้องตรงตามความจริง ทางทีมงานต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ สามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ webmaster@colorado-club.netและทางทีมงานจะรวบรวมข้อมูลทำการปรับปรุงให้ถูกต้องต่อไป

จากใจ ทีมงาน COLORADO-CLUB.NET